แสงแดดและรังสี UV มีผลกระทบอย่างไรต่อผิว

wrinkle

ริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า ความหย่อนคล้อย รอยเหี่ยวย่นของผิวพรรณนั้นนอกจากจะเป็นผลจากอายุที่เพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดคามเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติแล้วนั้น ทราบกันหรือเปล่าคะว่าแสงแดดนี่แหละค่ะ ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้บนผิวสวยๆของคุณมากกว่าการเปลี่ยนแปลงตามวัยไปตามธรรมชาติเสียอีก

90% ของปัญหาผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า กระ ร่องรอยจุดด่างดำ สิว หรือแม้แต่โรคมะเร็งผิวหนัง ต่างมีสาเหตุมาจากรังสี UVA และ UVB ที่อยู่ในแสงแดดทั้งสิ้น BB Clinic จึงนำความรู้เกี่ยวกับรังสีเหล่านี้ว่าสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อผิวพรรณและร่างกายของเราได้อย่างไรกันบ้าง

รังสี UV คืออะไร?

รังสี UV ย่อมาจาก Ultra Vilolet เป็นคลื่นแสงจากดวงอาทิตย์ที่แบ่งเป็นช่วงของความยาวคลื่นต่างๆดังนี้
 
– UVC: 100 – 290 นาโนเมตร
– UVC: 290 – 320 นาโนเมตร
– UVC: 320 – 400 นาโนเมตร

UVC

รังสี UVC เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นที่สั้นที่สุด จึงมีพลังงานมากที่สุดด้วย รังสี UVC เกือบทั้งหมดนี้จะถูกกรองที่ชั้นบรรยากาศของโลก และถึงแม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เกิดผื่นแดงและทำให้สีผิวเปลี่ยนเป็นสีแทนได้

UVB

รังสี UVB เป็นรังสีที่มีช่วงความยาวคลื่นที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังในทันที เช่น ผิวไหม้เกรียม ผื่นแดงเป็นต้น และจะมีความเข้มข้นสูงสุดในช่วงเวลา 10-14 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดแรงจัดที่สุดของวัน แต่รังสี UVB

UVA

ก่อนเคยมีความเข้าใจกันว่ารังสี UVA เป็นอันตรายต่อผิวน้อยกว่ารังสี UVB เพราะเป็นรังสึที่อยู่ในช่วงพลังงานต่ำสุด แต่จากผลการวิจัยอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันกลับพบว่า รังสี UVA กลับเป็นรังสีที่อันตรายต่อผิวมากที่สุด เพราะมีความสามารถทะลุทะลวงผ่านไปสู่ผิวหนังชั้นในได้มากกว่า ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างชั้นผิวหนัง และจะไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินได้มาก นอกจากนี้ยังมีความเสถียรอยู่ในแสงแดดมากกว่ารังสี UVB ในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย

หลังจากได้ทำความรู้จักกันไปแล้วว่ารังสี UV ประเภทไหนที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ตอนต่อไปจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบและอันตรายจากรังสีเหล่านี้กันค่ะ

เป็นที่ทราบกันดีกว่าแสงดดนั้นก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังมากมายเช่น รอยตีนกา ริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดภูมิคุ้มกันผิวหนัง และมะเร็ง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากกระบวนการทางชีวเคมีที่ซับซ้อนมากมาย ซึ่งผลกระทบต่อผิวหนังก็คือแสงแดดจะทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ, ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระบนผิวหนัง , แทรกแทรงการซ่อมแซมเซลล์ DNA และยับยั้งการทำงานของภูมิคุ้มกันมะเร็งเป็นต้น

คอลลาเจนเสื่อมสภาพ

แสงแดดจะทำลายคอลลาเจนไฟเบอร์ใต้ผิวหนังและก่อให้เกิดให้อีลาสตินที่มีลักษณะผิดปกติเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เอนไซม์ที่ชื่อว่า Metalloproteinases มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน ซึ่งเจ้าเอนไซม์ตัวนี้เองค่ะ เมื่อมีปริมาณที่มากขึ้นก็ทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนังก่อนให้เกิดความผิดปกติของคอลลาเจนไฟเบอร์ ซึ่งทำให้เกิดริ้วรอยเล็กๆบนใบหน้า (solar scars) และสุดท้ายก็จะพัฒนากลายเป็นรอยตีนกาและรอยย่นบนใบหน้านั่นเอง

อนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระคือโมเลกุลอ๊อกซิเจนที่ไม่สเถียร นำไปสู่การทำลายผิวแบบปฏิกิริยาลูกโซ่ นอกจากนี้ยังสามารถก่อให้เกิดมะเร็วผิวหนังได้อีกด้วยจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทาง DNA ของเซลล์ผิวหนัง

ปฏิกิริยาต่อคุ้มกันโรคมะเร็งของร่างกาย

การทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์ Langerhans ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง คือปัจจัยหลักของร่างกายในการยับยั้งเซลล์การพัฒนาของเซลล์มะเร็ง แต่รังสี UV ในแสงแดดจะทำปฎิกิริยาก่อให้เกิดสารเคมีบางอย่างซึ่งเป็นตัวลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันมะเร็งของร่างกายพวกนี้ลง

การยืดหดตัวของผิวหนัง

รังสี UV ก่อให้เกิดสภาวะ Solar Elastosis เป็นภาวะยืดและหดตัวผิวหนัง สำหรับสภาวะหดตัวนั้นจะทำให้ผิวหนาขึ้นเป็นสาเหตุของรอยตีนกา และรอยย่นบริเวณคอด้านหลัง สำหรับสภาวะยืดตัวนั้นจะทำให้ผิวหนังบางลง สามารถเกิดรอยฟกช้ำและได้ง่าย

กระแดด

กระแดด มีลักษณะจุดน้ำตาลเล็กๆผิวเรียบ พบในคนสูงอายุหรือผุ้ต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นประจำ กระแดดเกิดจากปฏิกิริยาของรังสี UV ที่ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีมากกว่าปกติบนผิวหนัง กระไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณใบหน้าเท่านั้นแต่สามารถเกิดขึ้นได้หลายส่วนตามร่างกายเช่นบริเวณหลังมือ ขา แขน

มะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนังสามารถเกิดขึ้นได้ที่ผิวหนังทั่วตัว แต่พบมากบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่น หน้า คอ มือ แขน แบ่งชนิดเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-15.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเข้มข้นของรังสี UV สูงที่สุด ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนังมักเกิดจากแสงแดด ผิวหนังส่วนที่ถูกแสงแดดจะพบว่าเป็นมะเร็งมากกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ

ช่วงนี้แดดร้อนจัด จะไปไหนมาไหนอย่าลืมทาครีมกันแดดเสมอนะคะ และที่สำคัญต้องพกครีมกันแดดติดตัวไว้เติมระหว่างวันด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ

ที่มา dermatology.about.com
ภาพ istockphoto.com

Give a Reply

ติดตามเราได้ที่
   เพิ่มเพื่อน