Category : บทความและสาระน่ารู้

โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม จะเลือกวิธีไหนดี?

botox-filler-or-threadlift

หลายๆคนคงสับสนนะคะ ว่าอยากจะสวยต้องทำอย่างไรดี กับนวัตกรรมใหม่ๆมากมายในตอนนี้ ทั้งโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม บางท่านเห็นเพื่อนๆร้อยไหมมาแล้วหน้าเล็ก ก็อยากร้อยไหมตามเพื่อนๆ จริงๆแล้วการร้อยไหมไม่ได้เหมาะสมสำหรับทุกคนนะคะ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละบุคคล ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า ใบหน้าของเราประกอบด้วยอะไรบ้าง

เริ่มจากชั้นที่ลึกที่สุดคือกล้ามเนื้อ ตามมาด้วยชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ชั้นผิวหนังแท้ และชั้นผิวหนังกำพร้าค่ะ และองค์ประกอบของแต่ละคนจะมีสัดส่วนไม่เท่ากัน จึงทำให้วิธีการรักษาแต่ละอย่างไม่ได้เหมาะกับทุกๆคน บางคนอาจจะต้องรับการรักษาหลายประกอบกัน เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น หมอขออธิบายการทำงานของวิธีการรักษาแต่ละชนิดดังต่อไปนี้ค่ะ

ความแตกต่างระหว่างโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม

1.

โบท็อกซ์ ออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเป็นหลัก แต่ไม่ใช่ว่าจะทำให้กล้ามเนื้อตายหรือหยุดการทำงานไปเลยนะคะ กล้ามเนื้อจะสามารถขยับได้น้อยลงกว่าปกติ ที่เห็นชัดๆคือกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ เช่นรอบดวงตา หน้าผาก หว่างคิ้ว หล้งจากรับการรักษาโดยโบท็อกซ์แล้วจะไม่เห็นริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวค่ะ ส่วนกล้ามเนื้อมัดใหญ่เช่น กล้ามเนื้อบริเวณของหน้า กล้ามเนื้อบริเวณน่อง จะทำให้กล้ามเล็กลงค่ะ


2.

ฟิลเลอร์ คือการเติมเต็มค่ะ เติมส่วนที่ขาดหรือเป็นร่องลงไป เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม


3.

ร้อยไหม หลักการของไหมคือการกระตุ้นให้เกิดการสร้างใหม่ของคอลลาเจน อีลาสตินใต้ผิวหนัง จากกระบวนการอักเสบและซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย จะเห็นผลในแง่ของการยกกระชับ


ทีนี้ต้องประเมินว่า หน้าของเราต้องปรับองค์ประกอบใด ในส่วนนี้จึงต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินเพื่อการรักษาที่ตรงจุด และตรงใจผู้เข้ารับการรักษาค่ะ

[list type=»star»]

  • บทความโดย – พญ. ณิชนันทน์ ศรีปรัชญากุล
  • [/list]

    แสงแดดและรังสี UV มีผลกระทบอย่างไรต่อผิว (2/2)


     
    เป็นที่ทราบกันดีกว่าแสงดดนั้นก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังมากมายเช่น รอยตีนกา ริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดภูมิคุ้มกันผิวหนัง และมะเร็ง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากกระบวนการทางชีวเคมีที่ซับซ้อนมากมาย ซึ่งผลกระทบต่อผิวหนังก็คือแสงแดดจะทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ, ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระบนผิวหนัง , แทรกแทรงการซ่อมแซมเซลล์ DNA และยับยั้งการทำงานของภูมิคุ้มกันมะเร็งเป็นต้น
     

    คอลลาเจนเสื่อมสภาพ

    แสงแดดจะทำลายคอลลาเจนไฟเบอร์ใต้ผิวหนังและก่อให้เกิดให้อีลาสตินที่มีลักษณะผิดปกติเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เอนไซม์ที่ชื่อว่า Metalloproteinases มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน ซึ่งเจ้าเอนไซม์ตัวนี้เองค่ะ เมื่อมีปริมาณที่มากขึ้นก็ทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนังก่อนให้เกิดความผิดปกติของคอลลาเจนไฟเบอร์ ซึ่งทำให้เกิดริ้วรอยเล็กๆบนใบหน้า (solar scars) และสุดท้ายก็จะพัฒนากลายเป็นรอยตีนกาและรอยย่นบนใบหน้านั่นเอง
     

    อนุมูลอิสระ

    อนุมูลอิสระคือโมเลกุลอ๊อกซิเจนที่ไม่สเถียร นำไปสู่การทำลายผิวแบบปฏิกิริยาลูกโซ่ นอกจากนี้ยังสามารถก่อให้เกิดมะเร็วผิวหนังได้อีกด้วยจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทาง DNA ของเซลล์ผิวหนัง
     

    ปฏิกิริยาต่อคุ้มกันโรคมะเร็งของร่างกาย

    การทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์ Langerhans ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง คือปัจจัยหลักของร่างกายในการยับยั้งเซลล์การพัฒนาของเซลล์มะเร็ง แต่รังสี UV ในแสงแดดจะทำปฎิกิริยาก่อให้เกิดสารเคมีบางอย่างซึ่งเป็นตัวลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันมะเร็งของร่างกายพวกนี้ลง
     

    การยืดหดตัวของผิวหนัง

    รังสี UV ก่อให้เกิดสภาวะ Solar Elastosis เป็นภาวะยืดและหดตัวผิวหนัง สำหรับสภาวะหดตัวนั้นจะทำให้ผิวหนาขึ้นเป็นสาเหตุของรอยตีนกา และรอยย่นบริเวณคอด้านหลัง สำหรับสภาวะยืดตัวนั้นจะทำให้ผิวหนังบางลง สามารถเกิดรอยฟกช้ำและได้ง่าย
     

    กระแดด

    กระแดด มีลักษณะจุดน้ำตาลเล็กๆผิวเรียบ พบในคนสูงอายุหรือผุ้ต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นประจำ กระแดดเกิดจากปฏิกิริยาของรังสี UV ที่ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีมากกว่าปกติบนผิวหนัง กระไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณใบหน้าเท่านั้นแต่สามารถเกิดขึ้นได้หลายส่วนตามร่างกายเช่นบริเวณหลังมือ ขา แขน
     

    มะเร็งผิวหนัง

    มะเร็งผิวหนังสามารถเกิดขึ้นได้ที่ผิวหนังทั่วตัว แต่พบมากบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่น หน้า คอ มือ แขน แบ่งชนิดเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-15.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเข้มข้นของรังสี UV สูงที่สุด ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนังมักเกิดจากแสงแดด ผิวหนังส่วนที่ถูกแสงแดดจะพบว่าเป็นมะเร็งมากกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ

    ช่วงนี้แดดร้อนจัด จะไปไหนมาไหนอย่าลืมทาครีมกันแดดเสมอนะคะ และที่สำคัญต้องพกครีมกันแดดติดตัวไว้เติมระหว่างวันด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ

    ที่มา dermatology.about.com
    ภาพ istockphoto.com

    Hair Treatment นวัตกรรมความงามด้านเส้นผม ส่งตรงจากเกาหลีก่อนใครที่ BB Clinic

    ดร. ซอง มุก ฮาน ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ, ผู้บริหาร Top Clinic ยังบินตรง เพื่อมาอัพเดทเทรนด์ใหม่ พร้อมเผยถึงเทคนิค และขั้นตอนการทำว่า “การทำ Hair Treatment นอกจากใช้ผลิตภัณฑ์ Modrogen แล้วยังมีนวัตกรรมการเพิ่มออกซิเจนให้กับเส้นผมและรากผม พร้อมทั้งการบำรุงล้ำลึกด้วย Hair nutrition รวมถึงบริการจากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกฝนจากประเทศเกาหลีโดยเฉพาะ

    แสงแดดและรังสี UV มีผลกระทบอย่างไรต่อผิว (1/2)

     
    แสงแดดก่อให้เกิดผลกระทบต่อผิวหนังและใบหน้า

     
    ริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า ความหย่อนคล้อย รอยเหี่ยวย่นของผิวพรรณนั้นนอกจากจะเป็นผลจากอายุที่เพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดคามเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติแล้วนั้น ทราบกันหรือเปล่าคะว่าแสงแดดนี่แหละค่ะ ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้บนผิวสวยๆของคุณมากกว่าการเปลี่ยนแปลงตามวัยไปตามธรรมชาติเสียอีก
     
    90% ของปัญหาผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า กระ ร่องรอยจุดด่างดำ สิว หรือแม้แต่โรคมะเร็งผิวหนัง ต่างมีสาเหตุมาจากรังสี UVA และ UVB ที่อยู่ในแสงแดดทั้งสิ้น BB Clinic จึงนำความรู้เกี่ยวกับรังสีเหล่านี้ว่าสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อผิวพรรณและร่างกายของเราได้อย่างไรกันบ้าง
     

    รังสี UV คืออะไร?

     
    รังสี UV ย่อมาจาก Ultra Vilolet เป็นคลื่นแสงจากดวงอาทิตย์ที่แบ่งเป็นช่วงของความยาวคลื่นต่างๆดังนี้
     
    — UVC: 100 — 290 นาโนเมตร
    — UVC: 290 — 320 นาโนเมตร
    — UVC: 320 — 400 นาโนเมตร
     
    UVC
    รังสี UVC เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นที่สั้นที่สุด จึงมีพลังงานมากที่สุดด้วย รังสี UVC เกือบทั้งหมดนี้จะถูกกรองที่ชั้นบรรยากาศของโลก และถึงแม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เกิดผื่นแดงและทำให้สีผิวเปลี่ยนเป็นสีแทนได้
     
    UVB
    รังสี UVB เป็นรังสีที่มีช่วงความยาวคลื่นที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังในทันที เช่น ผิวไหม้เกรียม ผื่นแดงเป็นต้น และจะมีความเข้มข้นสูงสุดในช่วงเวลา 10-14 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดแรงจัดที่สุดของวัน แต่รังสี UVB
     
    UVA
    ก่อนเคยมีความเข้าใจกันว่ารังสี UVA เป็นอันตรายต่อผิวน้อยกว่ารังสี UVB เพราะเป็นรังสึที่อยู่ในช่วงพลังงานต่ำสุด แต่จากผลการวิจัยอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันกลับพบว่า รังสี UVA กลับเป็นรังสีที่อันตรายต่อผิวมากที่สุด เพราะมีความสามารถทะลุทะลวงผ่านไปสู่ผิวหนังชั้นในได้มากกว่า ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างชั้นผิวหนัง และจะไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินได้มาก นอกจากนี้ยังมีความเสถียรอยู่ในแสงแดดมากกว่ารังสี UVB ในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย
     
    หลังจากได้ทำความรู้จักกันไปแล้วว่ารังสี UV ประเภทไหนที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ตอนต่อไปจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบและอันตรายจากรังสีเหล่านี้กันค่ะ
     
     
     
     

    ครีมกันแดด มีอายุนานแค่ไหน

     
    ครีมกันแดด
     

    ทราบกันหรือเปล่าคะว่าปกติแล้วครีมกันแดดทั่วไปจะมีอายุการใช้งานได้เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นค่ะ ซึ่งส่วนมากแล้วนั้น ก็จะมีการระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุไว้ที่ขวดหรือบรรจุภัณฑ์เสมอ
     
    พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ครีมกันแดดที่หมดอายุ เพราะครีมกันแดดที่หมดอายุจะไม่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UV เลยแม้แต่น้อย รวมไปถึงครีมกันแดดที่เก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภมูิสูงตลอดเวลาซึ่งจะทำให้หมดอายุเร็วและเสื่อมประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยเช่นกัน
     
    เพื่อเพิ่มการปกป้องแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทาง American Academy of Dermatology แนะนำว่าควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปค่ะ แล้วก็ควรจะทาก่อนออกแดดประมาณ 20-30 นาที พร้อมกับทาซ้ำทุกๆ 2-4 ชั่วโมง แล้วแต่สภาวะแวดล้อมและการเผชิญกับแสงแดดโดยตรงค่ะ
     
     

    ผิวดีผิวใส ทำได้ง่ายๆทุกวัน

     
    วิธีดูแลผิว เพื่อผิวสุขภาพดี

     
    หลายคนอาจจะไม่มีเวลาสำหรับการเข้าสปา ทำทรีทเมนต์ บำรุงผิวอย่างจริงจัง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะในแต่ละวันคุณก็สามารถปรนเปรอตัวเองด้วยการดูแลผิวแบบธรรมชาติแบบง่ายๆ เริ่มต้นด้วยเคล็ดไม่ลับ 5 ประการต่อไปนี้
     

    1. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด

     
    หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวของคุณคือเพื่อปกป้องผิวจากดวงอาทิตย์ เพราะแสงแดดเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยจุดด่างดำ ฝ้า กระ และปัญหาผิวอื่น ๆ อีกมากมาย เช่นเดียวกับเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังด้วยเช่นกัน
     
    วิธีง่ายๆในการปกป้องผิวจากแสงแดด

    • ใช้ครีมกันแดดที่มี ค่า SPF อย่างน้อย 15 และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือทาบ่อยขึ้นถ้าคุณกำลังว่ายน้ำหรือมีเหงื่อออกมากขณะออกกำลังกายกลางแจ้ง
    • หาที่ร่ม หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 10:00 — 04:00 ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดแรงจัดที่สุด
    • สวมใส่สื้อผ้ามิดชิด ใส่หมวก เมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง

    2. งดสูบบุหรี่

     
    การสูบบุหรี่ทำให้ผิวของคุณดูแก่กว่าวัย เพราะบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดเล็กๆในชั้นนอกสุดของผิวแคบลง ลดการไหลเวียนโลหิต ซึ่งทำให้ผิวได้รับปริมาณออกซิเจนและสารอาหารที่สำคัญลดลง
     
    นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินของผิวหนัง ซึ่งจะทำให้ความยืดหยุ่นของผิวลดลงเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัยอันควรด้วยเช่นกัน
     

    3. ทะนุถนอนผิวหลังอาบน้ำหรือการโกน

     
    ทราบหรือไม่ว่า การชำระล้างร่างกาย ทำความสะอาดผิว หรือแม้แต่การโกนขนรักแร้ โกนหนวด ก็อาจเป็นการทำร้ายผิวทางอ้อมได้นะคะ ซึ่งข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้ค่ะ
     

    • ไม่ควรอาบน้ำนาน หรืออาบน้ำที่ค่อนข้างร้อน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่จะทำลายความชุ่มชื้นของผิวคุณทั้งสิ้น ดังนั้น ควรจำกัดเวลาอาบน้ำให้ไม่เกิน 15 นาที และพยายามหลีกเลี่ยงการแช่ตัวในอ่างอาบน้ำเป็นเวลานานด้วยนะคะ
    • หลีกเลี่ยงสบู่ที่ที่ทำให้ผิวแห้ง ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้สบู่เหลว หรือสบู่ที่มีส่วนผสมของ Moisturizer เพื่อลดการตึงของผิวหลังอาบน้ำ
    • โกนอย่างระมัดระวัง ควรทาโลชั่นหรือเจลก่อนเสมอ ควรใช้ใบมีดโกนที่คมและให้โกนจากบนลงล่าง เพื่อไม่ให้ใบมีดโกนเคลื่อนตัวสวนทางกับรูขุมขน
    • ใช้ผ้าเช็ดตัวซับน้ำบนผิวเบาๆหลังอาบน้ำ เพื่อให้ผิวคงความชุ่มชิ้นไว้ให้นานที่สุด และบำรุงผิวด้วยโลชั่นทันที แนะนำว่าให้เลือกใช้โลชั่นที่มีปริมาณ Moisturizer และ SPF ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณด้วย

    4. ทานอาหารที่มีประโยชน์

     
    ผัก ผลไม้ ธัญพืช  อาหารที่มีอุดมไปด้วยโปรตีนและโดยเฉพาะวิตามินซี จะเป็นตัวช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์สดชื่นได้เป็นอย่างดีนะคะ ทานน้ำผลไม้ที่คั้นสดๆ สลัด หรือเนื้อปราศจากไขมัน แค่นี้สบายมากสำหรับทุกคนเลยใช่มั๊ยละคะ
     

    5. บริหารจัดการความเครียดของตัวเอง

     
    ความเครียดคือบ่อเกิดของสิว และปัญหาผิวอื่นๆอีกมากมาย เพราะความเครียดจะทำให้ผิวของคุณไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเป็นพิเศษ  ดังนั้นการบริการจัดการกับความเครียดของตัวเองจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งสำหรับการชะลอวัยของผิวที่หลายคนอาจมองข้ามไป

    ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สิ่งดีๆทั้งหลายก็จะเข้ามาในชีวิต รวมไปถึงสุขภาพกาย ใจ และผิวพรรณของคุณได้ค่ะ