ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มริมฝีปาก และร่องลึก

Filler (ฟิลเลอร์) คือ สารที่ฉีดเพื่อเติมเต็ม หรือ เสริมในชั้นผิวหนัง
Filler (ฟิลเลอร์) แบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ
– แบบชั่วคราว (สลายตัวตามธรรมชาติ) มีอายุการใช้งาน 6-12 เดือน ค่อนข้างปลอดภัย
– แบบกึ่งถาวร มีอายุการใช้งาน 2-3 ปี
– แบบถาวร (ไม่สลายตัวตามธรรมชาติ) ตัวอย่างเช่น ซิลิโคน พาราฟิน ค่อนข้างอันตราย อาจเกิดผลข้างเคียงในระยะยาว

Filler (ฟิลเลอร์) ที่นิยมใช้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน
– แบบที่เป็น คอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์จากพวกไขมันสัตว์ ซึ่งในคนไข้บางรายอาจเกิดปัญหาการแพ้โปรตีนจากสัตว์ จึงต้องทดสอบการแพ้ก่อนฉีดประมาณ 2 อาทิตย์

– แบบที่เป็น ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA เป็นสารสกัดจาก Hyaluronan ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง ตัวสาร Hyaluronic Acid ที่ฉีดเข้าไปจะเข้าไปทดแทนคอลลาเจน และHyaluronan ใต้ผิวที่เสื่อมสภาพ ไปตามกาลเวลา และ มลภาวะรอบข้าง ช่วยคืนความชุ่มชื่นและกระชับให้กับผิว ซึ่งจริงจริงแล้วใต้ผิวหนังของเรานั้นก็มี สาร Hyaluronic Acid หรือ HA อยู่แล้ว แต่สารตัวนี้จะมีปริมาณที่ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น พอสารตัวนี้ลดลงสิ่งที่ตามมาก็คือ ทำให้เกิดริ้วรอย ใบหน้าหย่อนคล้อย

ข้อดีของ Hyaluronic Acid
ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ไม่ต้องทดสอบก่อนฉีด และที่สำคัญหากทำการฉีดไปแล้วไม่พอใจ สามารถแก้ไข และฉีดละลายออกได้โดยใช้ ไฮยาลูรอนิเดส (Hyaluronidase) เข้าไปเพื่อสลายสารไฮยาลูรอนิก แอซิด ให้ยุบตัวลง

การฉีด Filler แบบสาร Hyaluronic Acid นั้นสามารถช่วยเหลือเกี่ยวกับอะไรได้บ้าง
โดยส่วนใหญ่คนไข้ที่เข้ามาทำการรักษาจะเข้ามาแก้ไขในเรื่องของ ริ้วรอย ร่องแก้ม เติมเต็มริมฝีปาก ฉีดแก้เบ้าตาลึก ฉีดแก้ร่องลึกบริเวณแก้ม แก้ริ้วรอยบริเวณปาก เติมเนื้อแก้ม หน้าผาก ร่องขมับ หรือกระทั่ง เสริมจมูก เสริมคาง

ทำไม Filler แบบสาร Hyaluronic Acid ถึงได้รับความนิยม
เนื่องจากการฉีดในแต่ละครั้งไม่ได้ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดมากเกินไป ใช้เวลาทำไม่นาน ไม่ต้องศัลกรรม ไม่ต้องพักฟื้น สามารถดำเนินชีวิตต่อได้ทันที และเห็นผลทันทีหลังจากที่ทำ

การฉีดสารเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการ

  1. Filler modelis shape
  2. Filler Esrhelis Basic
  3. Filler Juvederm Ultra
  4. Filler Juvederm Plus

ข้อห้ามในการฉีด

  • ผู้ที่เคยฉีด Filler ชนิดอื่น ภายในเวลา 6 เดือน (เว้นอย่างน้อย 6 เดือน)
  • ผู้ที่เคยทำ Ablative Laser Resurfacing ภายในเวลา 6 เดือน คือ ลอกผิวด้วย Laser ชนิด CO2 หรือ Erbium Yag (เว้นอย่างน้อย 6 เดือน )
  • ผู้ที่ผ่านการลอกหน้าแบบลึกด้วยสารเคมี (เว้นอย่างน้อย 6 เดือน)
  • ผู้ที่รับประทานยาแก้สิว Roaccutane (เว้นอย่างน้อย 6 เดือน)
  • ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือผู้กำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่รับประทานยาประเภทห้ามเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน , วิตามิน, น้ำมันปลา, หรือ เมล็ดแปะก๊วย (ควรเว้น 2 – 3 วัน )
  • ผู้ที่มีปัญหาทางจิต

 ข้อควรปฏิบัติหลังการฉีด

  • สามารถใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณที่ฉีดได้
  • เมื่อบริเวณที่รักษาเป็นก้อน สามารถใช้นิ้วที่สะอาดนวดเบาๆได้
  • หลีกเลี่ยงสารที่มีส่วนผสมของ AHA , BHA , และ Retinoid
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 2 วันหลังจากฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือสัมผัสความร้อนจัด เช่น ซาวน่า  ฮอตสปา 2 วัน หลังจากฉีด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา เมล็ดปะก๊วย
  • ควรดื่มน้ำวันละ 8- 16 แก้ว
  • ห้ามทำการ wax หน้า , ลอกหน้าโดยใช้ AHA ,  การใช้น้ำแข็งแห้ง และการทำ Laser ทุกชนิด ในช่วง 10 – 14 วัน
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า การทำ  Microdermabrasion ในช่วง 10-14 วัน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดูดน้ำจากหลอดดูด การจูบ เมื่อฉีดที่ริมฝีปาก 2 วัน หลังจากฉีด
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า